วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อลาดินกับตะเกียงวิเศษ

เมื่อครั้งที่อลาดินยังเป็นเด็ก มีวันหนึ่งขณะที่เขากำลังทำสวน เขาขุดดินลงไปแล้วพบอะไรแข็งๆ อยู่ในดิน เขาคิดว่ามันคงเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง เขาจึงพยายามขุดมันออกไป แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะมันไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็นตะเกียงโบรานดวงหนึ่ง ตะเกียงมีดินติดหนาเตอะ อลาดินจึงพยายามเช็ดเอาดินออกด้วยผ้า เขาถูไปถูมา ทันใดนั้นก็มีควันพวยพุ่งออกมาจากปากตะเกียง ควันได้กลายร่างเป็นยักษ์มายืนคำนับตรงหน้าอลาดิน เจ้ายักษ์พูดว่า...
“เจ้านาย ข้าขอขอบคุณเจ้านายที่ปล่อยให้ข้าเป็นอิสระในวันนี้ ข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้เจ้านาย ขอให้ท่านสั่งข้ามา ข้าจะทำทุกอย่าง แต่ถ้าเจ้านายหยุดสั่งข้าเมื่อไหร่ ข้าจะเกินเจ้านายเสีย..”

อลาดินคิดในใจว่าตนช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ เขาแน่ใจว่าเขามีงานให้เจ้ายักษ์ทำตลอดเวลาแน่นอน เขาไม่มีทางถูกเจ้ายักษ์จับกินหรอก...
“ตกลงเรารับเจ้าเป็นทาสของเรา” อลาดินพูดออกไป
ยักษ์ได้เตือนอลาดินอีกครั้งว่า...
“อย่าลืมนะเจ้านาย ถ้าเจ้านายหยุดสั่งข้าเมื่อไหร่ ข้าจะเกินเจ้านายเสีย”

อลาดินหัวเราะแล้วกล่าวว่า...
“ไม่ต้องห่วงหรอก เรามีงานให้เจ้าทำตลอดแน่ๆ”

จากนั้นอลาดินก็เริ่มใช้งานยักษ์ตนนั้น...
“เราต้องการคฤหาสน์หลังใหญ่”

เจ้ายักษ์ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นก็มีคฤหาสน์หลังใหญ่ปรากฏขึ้น อลาดินประหลาดใจมาก เพราะเขาคิดว่าเจ้ายักษ์คงใช้เวลาสร้างสักสองสามปีถึงจะเสร็จ อลาดินจึงรีบคิดต่ออย่างรวดเร็วว่าจะให้ยักษ์ทำอะไร...
“เราต้องการสะพานที่ข้ามไปยังคฤหาสน์ของเรา”
เ จ้ายักษ์ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง สะพานก็ปรากฏขึ้น
“เราอยากได้สวนดวกไม้รอบๆ คฤหาสน์”
ทันใดนั้น เจ้ายักษ์ก็เนรมิตสวนที่สวยงามรอบๆ คฤหาสน์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อลาดินก็สั่งต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เจ้ายักษ์มีงานทำตลอดเวลา

เมื่อถึงเวลาเย็นค่ำ อลาดินรู้สึกเหนื่อยและไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรเจ้ายักษ์อีกต่อไป แต่เขาก็ต้องพยายามสั่งให้เจ้ายักษ์ทำงาน ไม่อย่างนั้นมันจะกินเขา เวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว ทันใดนั้นอลาดินก็ยิ้มอกมา เขาคิดออกแล้วว่าจะให้เจ้ายักษ์ทำอะไร...
“เราต้องการเสาสูงๆ สักต้นหนึ่ง”
เ จ้ายักษ์ก็ดีดนิ้วอีกครั้งหนึ่ง แล้วเสาที่สูงมากก็ปรากฏขึ้น อลาดินสั่งต่อทันที...

“เอาล่ะ เราต้องการให้เจ้าปีนขั้นไปจนถึงยอดเสา พอเจ้าปีนขึ้นไปถึงแล้วเจ้าก็ปีนลงมา พอเจ้าถึงข้างล่างแล้วก็ให้ปีนขึ้นไปใหม่ ปีนขึ้นปีนลงอย่างนี้ ห้ามหยุด”

เจ้ายักษ์ต้องทำตามที่เจ้านายสั่ง มันจึงปีนขึ้นปีนลงเสาต้นนั้น อลาดินพูดกับยักษ์ว่า...
“เจ้าปีนไปอย่างนี้นะ ห้ามหยุด ตอนนี้เราจะไปนอนก่อนล่ะ พอพรุ่งนี้เช้า เราจะเรียกเจ้าลงมาแล้วเราจะใช้เจ้าต่อ ถ้าเราไม่มีอะไรจะใช้เจ้า เราจะให้เจ้ากลับไปปีนเสาขึ้นลงเช่นนี้ใหม่”

ด้วยวิธีนี้จึงทำให้อลาดินอยู่ได้อย่างเป็นสุขสืบมา

ยักษ์ในนิทานเรื่องนี้เปรียบได้กับจิตใจของเรา เมื่อยักษ์มันไม่มีการควบคุม มันจะกลับมากินอลาดิน จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่ควบคุมจิตใจ มันจะล่องลอยและคิดนั่นคิดนี่ตลอดเวลา จิตใจที่ไร้การควบคุมมักจะวางแผนอยู่ตลอด มันจะสร้างปัญหา ความยุ่งยาก ความเครียด และความสับสนให้กับเรา ซึ่งจะทำให้เราไม่มีความสงบ มันเป็นการยากที่จะทำให้จิตใจเราหยุดคิด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ทำให้จิตใจของเรามีงานทำที่เราควบคุมได้

อลาดินให้เจ้ายักษ์ทำงานโดยสั่งให้ปีนเสาขึ้นๆ ลงๆ เสาเปรียบเสมือนลมหายใจของเรา เราควรท่องคำภาวนาสั้นๆ ไปพร้อมๆ กับลมหายใจเข้าออก เราควรใช้ชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญที่เราเคารพบูชาหรือบทสวดมนต์บางบท ตัวอย่างเช่น สำหรับชาวพุทธ เราสามารถใช้คำว่า พุทโธ เมื่อเราหายใจเข้า เราก็ภาวนาคำว่า “พุทธ” เมื่อเราหายใจออก เราก็ภาวนาคำว่า “โธ” ในใจของเรา

การที่เรามีสติอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก ช่วยให้จิตใจของเราไม่คิดฟุ้งซ่าน แล้วสร้างปัญหาตามมาให้กับเรา ในที่สุดเราจะค่อยๆ มีสมาธิมากขึ้นๆ และจิตใจของเราก็จะมีความสงบเยือกเย็น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น